Tagged: คำสอนของอาม่า

คำสอนของอาม่า ตอน 3: ความกตัญญู

เรื่องของความกตัญญูเป็นเรื่องที่อาม่าอาจจะไม่ได้พูดถึงมากนัก แต่ทุกครั้งที่ผู้เขียนได้ทะเลาะกับคนที่บ้านไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ อากง หรืออา อาม่ามักจะบอกเสมอว่าเราห้ามเถียงหรือโต้แย้งด้วยอารมณ์ หรือถ้าว่ากล่าวผู้มีพระคุณด้วยอารมณ์ที่โกรธหรือขาดสติก็จะเป็นบาป อาม่าจะบอกฉันเสมอว่า คนที่อกตัญญูก็เป็นคนที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของผู้มีพระคุณ ต่อไปคนเหล่านี้จะทำอะไรไม่ได้ดีสักอย่าง เพราะบาปที่ตนก่อไว้ ทั้งไม่เชื่อฟัง เถียง ตะวาด ตะคอก...

คำสอนของอาม่า ตอน 2

จากความเดิมตอนที่แล้ว เนื่องจากผู้เขียนอยู่กับอาม่าตั้งแต่เด็กๆ คำสอนหลายคำได้ผ่านหูหลายครั้งจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่อาม่าเริ่มสอนเสมอตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นจนถึงตอนนี้ก็คือเรื่องชิงสุกก่อนห่าม ผู้เขียนเชื่อว่าเด็กๆ หรือวัยรุ่นหลายคนรู้จักความหมายของสำนวนชิงสุกก่อนห่าม คือ การที่คนสองคนมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงาน ซึ่งเด็กวัยรุ่นหลายคนไม่เคยคิดถึงผลเสียที่จะตามมาในเรื่องเช่นนี้ ส่วนใหญ่อยากทดลอง หรือเพราะความรักบังตาจนขาดความยับยั้งชั่งใจลืมคิดถึงผลเสียที่จะตามมา แต่ถ้าถามวัยรุ่นหรือคนหลายคนหากย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะไม่อยากให้มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น นานมาแล้ว จำได้ว่าอาม่าเริ่มพูดเรื่องนี้ตอนขึ้นชั้นมัธยมต้น แต่ท่านก็ไม่ได้กล่าวห้ามไม่ให้มีเพื่อนผู้ชายเลย...

คำสอนของอาม่า ตอน 1

หลายคนคงได้เคยฟังคำสอนของอาม่าหรือคุณย่า คุณยายเพราะอยู่กับอาม่าตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ สนุกสนานและเข้ากับคนง่าย จนบางครั้งฉันคิดว่าอาม่าเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งเหมือนฉันเลยด้วยซ้ำ แต่ก็มีหลายครั้งเลยทีเดียวที่ฉันดื้อ ซึ่งมักจะจบลงด้วยการถูกตีและคำสอนของอาม่าก็จะตามมา ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า ผู้เขียนเป็นคนเถียงเก่งและใจร้อนมากๆ หากไม่ผิดแล้วล่ะก็จะไม่ยอมและต้องการคำอธิบายในตอนนั้นเลยหลายครั้งที่ดิฉันเถียงกับเพื่อนสนิท และต้องการเคลียร์ในทันทีแต่ผลคืออารมณ์ร้อนทั้งคู่จึงทำให้เรื่องราวบานปลาย ดิฉันมักจะนำเรื่องราวเหล่านี้โทรไปปรึกษาอาม่าเสมออาม่ามักจะมีคำแนะนำดีๆที่ทำให้ฉันหยุดฟังทุกครั้งและทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอาม่ามักจะบอกเสมอว่า “เรื่องบางเรื่องต้องอาศัยเวลาและความอดทน ไม่มีใครที่จะยอมรับได้ง่ายๆ ว่าตัวเองเป็นคนผิด แต่เมื่อเราอารมณ์เย็นลง...