Botox กับการสร้างความงาม

ทุกวันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ก้าวหน้าไปมาก ไม่เพียงแต่นวัตกรรมในการรักษาพยาบาลเท่านั้น หากแต่ก้าวล้ำไปจนถึงเทคโนโลยีเพื่อความสวยความงาม เรียกได้ว่าอยากสวย อยากหล่อไม่ต้องทำบุญเพื่อรอชาติหน้า หากแต่สามารถน่าตาดีได้ทันใจ ด้วยวิถีแห่งการศัลยกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำจัดริ้วรอยแห่งวัย การทำใบหน้าให้เรียวงาม หรือการยกกระชับใบหน้าและรอบดวงตาด้วย “โบท็อกซ์” เทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสทริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) โดยแบคทีเรียชนิดนี้สามารถสร้างสารพิษที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรงได้ มีอยู่สองประเภทได้แก่ โบทูลินั่ม เอ (Botulinum A) และโบทูลินั่ม บี (Botulinum B) ซึ่งเป็นสารชนิดนิวโรท็อกซิน (Neurotoxin) ที่จะไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท ซึ่งเป็นสารประเภทเดียวกับที่พบในพิษของสัตว์ อย่าง แมงมุมและงู โดยพิษนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะส่งผลให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตชั่วคราว ซึ่งหากได้รับในปริมาณมากๆ ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้อาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นการใช้สารโบท็อกซ์ควรอยู่ในการดูแลจากแพทย์เท่านั้น

การใช้โบท็อกซ์ในระยะแรกนั้น เป็นที่นิยมของสาวๆ (สูงวัย) ที่ใช้เพื่อการลบเลือนริ้วรอยเรียกความเต่งตึง กระชับ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยรอบดวงตา รอยย่นบนหน้าผาก หรือกล้ามเนื้อหย่อนคล้อย  แต่ในปัจจุบัน โบท็อกซ์ กลับเป็นที่นิยมของคนหนุ่มสาวมากขึ้น เนื่องจากสามารถใช้เพื่อการปรับแต่งรูปหน้า ทำให้มีใบหน้าที่เรียวเล็ก กระชับ พร้อมทั้งดึงส่วนที่หย่อนคล้อยหรือไม่เข้ารูป อย่างเช่นปัญหาหนังตาตก หรือร่องแก้มลึก เป็นต้น แต่ความงามที่มาจากผลของการฉีดโบท็อกซ์นั้น จะอยู่ได้เพียงชั่วคราวประมาณ 6-9 เดือนเท่านั้น จึงต้องมีการฉีดซ้ำอยู่เรื่อยๆ

หากแต่ในขณะนี้ ยังไม่มีผลการวิจัยที่สามารถออกมายืนยันได้ถึงความปลอดภัยจากการฉีดโบท็อกซ์เป็นประจำไปนานๆ นอกจากนี้ผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์ในบางรายอาจได้รับผลข้างเคียงอย่างกล้ามเนื้อตายชั่วคราว ใบหน้าแข็งทื่อ ดูไม่เป็นธรรมชาติ มีอาการเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมถึงอาจมีผลข้างเคียงอย่างมีตุ่มนูนแดงในบริเวณที่ฉีดได้ ดังนั้นผู้ที่อยากสวยด้วยโบท็อกซ์ จึงควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ใช้บริการคลีนิกหรือโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน เพื่อความสวยอย่างปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงการสวยงามตามวัยเป็นคนที่มีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ น่าจะเป็นเสน่ห์ที่สำคัญและสวยงามมากกว่าการมีใบหน้าตึง โครงหน้าตอบ เป็นไหนๆ

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : น.ศ. ฝึกเขียน 513



You may also like...