ความเป็นไปไม่ได้ที่เป็นไปได้

บนโลกใบนี้มีหลายสิ่งที่คนเราทำไม่ได้ ทำได้ และมีอีกหลายสิ่งที่คนเราอยากทำแต่ไม่ได้ทำ เนื่องจากคำว่า “เป็นไปไม่ได้” แล้วใครล่ะที่กำหนดว่าสิ่งนั้นเป็นไปไม่ได้

เรื่องของความรักก็เช่นเดียวกัน เราคงเคยได้ยินคำนี้มาก่อนไม่ว่าชีวิตจริงหรือในละคร “เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้” แล้วถ้าเรามองย้อนกลับไปไหมว่าทำไมถึงเป็นไปไม่ได้ มีมากมายหลายเหตุผลสำหรับคนที่คิดว่า “สิ่งนั้นไม่มีทางเป็นไปได้” ยกมากล่าว เช่น เราเข้ากันไม่ได้ เราต่างกันเกินไป เรื่องของเราไม่มีวันลงตัว เราเป็นเพียงเส้นขนาน แต่ในทางตรงกันข้ามสำหรับคนที่คิดในแง่บวกก็จะสรรหาเหตุผลที่ทำให้ทุกอย่างที่ “เป็นไปไม่ได้” ให้กลายเป็นเรื่องที่ “เป็นไปได้” ทำไมเราจะเข้ากันไม่ได้ ในเมื่อเรายังไม่ลองปรับตัวเข้าหากัน เรื่องของเราไม่มีวันลงตัวเพราะเราไม่เคยเปิดใจคุยกันหรือเปล่า บางครั้งความสัมพันธ์ของคนที่สองคนที่คบกันมายาวนาน กลับจบลงแค่เรื่องไร้สาระ และสรุปว่า “เป็นไปไม่ได้” ทั้งที่เรายังไม่เคยได้ลองพยายามร่วมกันอย่างจริงจังแค่เพียงครั้ง มีแต่คำว่า “ทิฐิ” ตัวเป็นตัวขวางกั้น คำว่า “เป็นไปไม่ได้จึง” เกิดขึ้น

หากเราคิดแค่เพียงอยากจะทำวันของเราให้สดใส ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะดีขึ้นมากกว่าที่เราจะยึดติดอยู่กับอดีตซึ่งเป็นเพียงบทเรียนให้เรามองย้อนไปดูสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ใช่นำกลับมาเพื่อทำร้ายจิตใจของเราทั้งคู่ เพราะคนเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ สิ่งสามารถทำได้ดีที่สุดคือ การทำปัจจุบันไม่ให้ผิดพลาดซ้ำกับอดีตที่เคยเป็นมา หากเรายอมรับข้อผิดพลาดที่ผ่านมาของกันและกัน ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดมาแล้ว และพร้อมที่ปรับตัวเข้าทั้งสองฝ่ายคำว่าเป็นไปไม่ได้ก็จะไม่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเรา

บางครั้งหากเรามองโลกในแง่บวก เปิดใจ… คำว่า “เราเป็นเพียงเส้นขนาน” อาจจะดูเป็นคำพูดที่เป็นนิจนิรันด์สำหรับเราก็เป็นได้ เพราะเส้นขนานของสองเราจะทอดยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด เปรียบเสมือนรอยเท้าที่เราสองเดินเคียงข้างขนานกันบนผืนทราย…

“สิ่งที่มีทีท่าว่าจะเป็นไปไม่ได้นั้น หาใช่จะเป็นไปไม่ได้อยู่ตลอดไปไม่” มหาตมะ คานธี

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : Bella Barbie 2100



You may also like...