คาถา…มหาเศรษฐี

ความมุ่งหวังของคนส่วนใหญ่ล้วนปรารถนาความสุขจากการมีทรัพย์สมบัติมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐี หลายคนเลือกเส้นทางการเป็นมหาเศรษฐีด้วยการตั้งใจทำงาน ขยัน ประหยัดและอดออม แต่ก็มีอีกหลายคนที่เลือกการวอนขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การพร่ำสวดเวทมนต์คาถา  แต่ยังคงเกียจคร้าน ขาดความอดทน และใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

ทุกศาสนาย่อมสอนให้คนเป็นคนดี มีคำสอน และศาสนพิธี ที่สร้างความศรัทธาในคุณงามความดี โดยที่ไม่ทำให้หลงงมงาย เฉกเช่นศาสนาพุทธ ที่มีบทสวดมนตร์เพื่อสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย และยังมีคาถาที่เป็นเครื่องเตือนใจให้พุทธศาสนิกชนยึดมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดี มีเหตุมีผล ไม่หลงงมงาย เหมือนดังเช่นคาถา “หัวใจมหาเศรษฐี อุ อา กะ สะ” ที่หากใครหมั่นพร่ำสวดและปฏิบัติตามคาถานี้อย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถเป็น “มหาเศรษฐี” ได้อย่างไม่ยาก ดังมีรายละเอียดของคาถาดังนี้

1. อุ (อุฏฐานสัมปทา) แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียร ไม่ว่าจะเป็นขยันในการการศึกษาหาความรู้ มีความพร้อม และสู้กับการทำงาน มีความอดทน หนักเอาเบาสู้ พากเพียรปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ
2. อา (อารักขสัมปทา) แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยการรักษา เป็นการคุ้มครองทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้จากความขยันหมั่นเพียรให้มีความปลอดภัย กล่าวคือ ไม่ใช่เพียงอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย หากแต่ยังรวมถึงการไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ป้องกันเงินทองไม่ให้รั่วไหล รวมถึงการเก็บเล็กผสมน้อยและรู้จักการบริหารเงินให้เกิดการงอกเงย
3. กะ (กัลยาณมิตตรา) แปลว่า การมีกัลยาณมิตร การคบเพื่อนดี ได้แก่ มีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีครอบครัวที่ดี รู้จักการเลือกคบคนดีที่มีความจริงใจ ไม่คิดปอกลอกหลอกลวงซึ่งกันและกัน รวมถึงการชี้นำในวิถีทางที่ถูกต้อง ได้พบเจออาชีพดีๆ ช่องทางในการทำมาหากิน และไม่ชวนกันไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สำมะเลเทเมา หรือเล่นการพนัน
4. สะ (สมชีวิตา) แปลว่า การเลี้ยงชีพตามสมควร ได้แก่ การมีชีวิตอย่างสมถะ ใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสม ควรแก่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ ตลอดจนมีการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม รอบคอบ ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย และรู้จักออมเงินเพิ่มเติม
หัวใจมหาเศรษฐี อุ อา กะ สะ บทนี้ นอกจากจะเป็นคาถาที่ท่องจำและภาวนาได้ง่าย ยังสามารถช่วยให้คนธรรมดาๆ คนหนึ่งกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ ขอแค่มีความศรัทธา ประพฤติปฏิบัติตนตามบทต่างๆ อย่างเคร่งครัด อันเป็นหลักง่ายๆ ที่ช่วยให้เราทุกคนต่างมีฐานะที่ดีขึ้นได้ ด้วยวิถีแห่งความพอเพียง สอดรับกับบทร้อยกรองที่ว่า  “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ แม้มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน”

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : น.ศ. ฝึกเขียน 1978



You may also like...