กฎหมายที่ต้องรู้…ก่อนกู้ยืมเงิน

เรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะยุคปัจจุบันนั้นกว่าจะหามาได้แต่ละบาท แสนจะยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องไปยุ่งกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยกู้ หรือการกู้ยืมเงินก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของหลักกฎหมาย เพื่อความสบายใจ และป้องกันปัญหาที่จะตามมาได้ในภายหลัง

การกู้ยืมเงิน เป็นสัญญาระหว่างบุคคลสองฝ่าย ได้แก่ “ผู้กู้” และ “ผู้ให้กู้” โดยผู้ให้กู้ให้ผู้กู้ยืมเงินจำนวนหนึ่งไปใช้สอยตามที่ประสงค์ และผู้กู้ตกลงว่าจะคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้กู้ให้กู้ตามเวลาที่กำหนดไว้ โดยผู้กู้ยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ตามอัตราที่ตกลงกันไว้แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี เป็นการตอบแทน  ตามปกติการกู้ยืมเงินนั้นสามารถพูดจาตกลงกันได้และเมื่อมีการส่งมอบเงินให้กันเรียบร้อยแล้ว สัญญากู้ยืมเงินก็ถือได้ว่าเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ในทันที แต่ในกรณีที่มีการกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาท  ขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานการกู้ยืมเงินลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมเงินด้วย มิฉะนั้นผู้ให้กู้จะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับให้ผู้กู้คืนเงินตามสัญญากู้ยืมเงินได้ ซึ่งอาจทำเป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน โดยต้องทำขึ้นอย่างน้อย 2 ฉบับ ให้ผู้กู้และผู้ให้กู้ ถือไว้ฝ่ายละฉบับ

สำหรับอายุความในการฟ้องร้องต่อศาล หากมีการผิดสัญญาเกิดขึ้น ผู้ให้กู้จะต้องฟ้องภายใน  10 ปี นับจากวันที่ผู้กู้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ (หมายความว่า เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้แล้วผู้กู้ไม่ชำระหนี้ให้ในกำหนดนั้น) หากเลยตามกำหนดนี้คดีเป็นอันขาดอายุความ ผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องขอดำเนินคดีได้อีก รู้อย่างนี้แล้วทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ยืมเงินจึงควรดำเนินการอย่างรอบคอบ รัดกุม ถูกต้องตามหลักกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ทำให้เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา ทั้งความรู้สึกในภายหลังได้

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : น.ศ. ฝึกเขียน 551