สุขกับปัจจุบัน

ทุกๆ คนย่อมเสาะแสวงหาความสุข ในขณะเดียวกันทุกชีวิตย่อมมีความทุกข์เป็นเครื่องประกอบอันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความทุกข์ที่เกิดขึ้น แม้จะอาจทำให้เราบอบช้ำ แต่ความทุกข์เป็นสิ่งที่มาเร็วและไปเร็ว อยู่กับเราไม่ได้นาน หากแต่เราเองต่างหากที่มัวแต่คิดถึงความทุกข์ (อดีต) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ต่างอะไรกับคนที่ถูกมีดบาดมาแล้วหนึ่งครั้ง แทนที่จะวางมีดนั้นลง เรากลับเอามีดด้ามเดิมมาบาดตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่างอะไรกับคนช่างฝัน ที่ผูกพันความคิดและชีวิตไปกับโลกแห่งอนาคต ความฝันเป็นสิ่งที่ดี ถ้ามาแบบพอดี เพราะเป็นเครื่องสร้างแรงบันดาลใจ เป็นสิ่งผลักดันให้ประสบความสำเร็จ หากแต่ถ้ามีมากจนเกินไป จนหลงลืมปัจจุบัน ความช่างฝันก็จะกลายเป็นโทษ กลายเป็นความทุกข์ เพราะเราจะปล่อยปละละเลยกับปัจจุบัน หลงลืมอดีต บ้านที่คนสร้างให้ความสำคัญกับโครงหลังคามากกว่ารากฐาน จะมีความมั่นคงได้อย่างไร?

ดังนั้นเราควรอยู่กับปัจจุบัน ควรตื่น รู้ อยู่เสมอ เพราะการอยู่กับปัจจุบันจะทำให้เรามีสติ เกิดปัญญา รู้เท่าทันความคิด และกิเลศตัณหาภายในใจ การอยู่กับปัจจุบัน จะทำให้เรารู้จักเรียนรู้กับประสบการณ์ในอดีต แต่ไม่โทษตัวเอง ไม่คร่ำครวญถึงความผิดพลาดที่ผ่านมา เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้อีก ในขณะเดียวกันก็ไม่พันผูกชีวิตให้ยึดติดกับอนาคต เราคนที่อยู่กับปัจจุบันจะมุ่งมั่นทำเหตุในปัจจุบันให้ดีที่สุด โดยมีอนาคตเป็นเพียงเป้าหมายแห่งการเดินทางเท่านั้น แน่นอนหว่านพืชสิ่งใด ย่อมได้รับผลสิ่งนั้น เมื่อปัจจุบันทำไว้ดีแล้ว อนาคตย่อมมีความสดใส เช่น หากวันนี้ตั้งใจเรียน ปลายภาคเรียนย่อมทำข้อสอบได้ หากวันนี้ตั้งใจทำงาน ปลายปีผลงานย่อมเข้าตาหัวหน้า ได้รับการเลื่อนขั้น ปรับเงินเดือนเป็นต้น ดังนั้น หันมาอยู่กับปัจจุบัน เพื่อสร้างความสุขที่ถาวรกันดีกว่าครับ

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : น.ศ. ฝึกเขียน 7480