หลากมาตรการรักษาสุขภาพ รับมือน้ำท่วม

นับตั้งแต่ปลายปี 2554 จนถึงปัจจุบัน หลายครอบครัวคงยังขยาดกับปรากฏการณ์น้องน้ำมาเยือนไม่หาย ยิ่งช่วงนี้ฝนตกหนัก มีพายุลมแรงมากยิ่งขึ้น ยิ่งส่งผลให้หลายพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขัง ซึ่งน้ำที่ท่วมนี้ไม่เพียงแต่จะนำความเสียหายมาสู่บ้านเรือน และทรัพย์สินแต่เพียงเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้อีกด้วย แม้จะเคยมีประสบการณ์สัมผัสกับน้ำท่วมกันมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ควรประมาท ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและรักษาสุขภาพในช่วงน้ำท่วม จึงควรมีมาตรการต่างๆ ในการรับมือ ได้แก่

สวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งก่อนลงน้ำ เพราะน้ำที่ท่วมย่อมพัดพาสิ่งต่างๆ มามากมาย ไม่ว่าจะเป็นขยะ สารพิษ สิ่งปฏิกูล คงไม่ดีแน่หากต้องยืนแช่หรือสัมผัสน้ำแบบนี้เป็นเวลานานๆ วิธีป้องกันเบื้องต้นหากน้ำไม่ลึกมาก ให้สวมรองเท้าบู๊ทหรือชุดกันน้ำ หรือหากลึกมากควรใช้เรือในการเดินทาง และสวมเสื้อ ชูชีพป้องกันร่วมด้วย

รักษาสุขภาวะ หมั่นล้างมือ ล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้งหลังจากสัมผัสกับน้ำท่วมขัง รับประทานอาหารที่ทำสดใหม่สะอาด ดื่มน้ำต้มหรือน้ำที่มีบรรจุภัณฑ์สะอาด มิดชิด น้ำไม่มีตะกอนหรือสิ่งแปลกปลอมเจือปน จัดการกับขยะ สิ่งปฏิกูลให้เรียบร้อย ไม่ปล่อยทิ้งลงแหล่งน้ำเพราะอาจหมักหมมเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคได้

เตรียมยารักษาโรคให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาแก้ปวดลดไข้  ยาทาบรรเทาอาการแมลงสัตว์กัดต่อย ผงเกลือแร่ (เมื่อเกิดอาการท้องร่วง) และยาประจำตัวสำหรับผู้ป่วยเรื้อรัง หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว และถ้าป่วยเป็นหวัดควรหาหน้ากากอนามัยมาสวมเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และหาหมอโดยด่วน

รักษาจิตใจให้สงบผ่องใส แม้จะฟังดูเป็นแนวธรรมะกันไปบ้าง แต่การรักษาจิตให้สงบผ่องใสก็เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะยามน้ำมา เครียดไปก็ไม่เกิดประโยชน์ หนำซ้ำยังทำให้จิตใจหดหู่ เกิดโรคซึมเศร้า เพราะฉะนั้นต้องรู้จักมองโลกในแง่ดี ปล่อยวาง หากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทำ เช่น ร่วมกับคนในชุมชนทำแนวป้องกันน้ำ หรือช่วยกันทำกับข้าวแจกจ่าย จะได้ไม่คิดมากและเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : น.ศ. ฝึกเขียน 792



You may also like...