เลือกงานอย่างไร ให้ใจเป็นสุข

“งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” แต่งานบางงาน อาจบันดาลทุกข์มาให้หลายๆ คน อาจมีคนอ่านบทความนี้แล้วพยักหน้า ยิ่งพยักหน้าถี่ๆ ยิ่งดูไม่ดีแน่ เพราะสังคมการทำงานแทบจะเป็นสังคมส่วนใหญ่ที่มนุษย์ในวัยผู้ใหญ่จะเลือกใช้ชีวิต เพื่อทุ่มเททักษะที่มี เพื่อการทำงานหาเลี้ยงชีพ หาเลี้ยงครอบครัว สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต

แต่หากยิ่งทำ ยิ่งเครียด มีเงินก็จริง แต่สุขภาพกายยิ่งทรุดโทรม สุขภาพจิตยิ่งย่ำแย่ สังคม ผู้คน ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะแก่การทำงานแล้วละก็ ควรหยุดแล้วเริ่มหาทางสร้างชีวิตใหม่ เพื่อให้งานบันดาลเงิน บันดาลสุขอย่างแท้จริง ได้แก่

รู้จักความสามารถของตนเอง จริงๆ เรื่องนี้ถ้าจะให้ดีต้องค้นพบตั้งแต่เรียน หรืออาจจะตั้งแต่เกิดจะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เช่น บางคนรักสัตว์ เรียนเก่ง ย่อมเหมาะกับอาชีพสัตวแพทย์ ครั้นจะให้ไปขายประกันชีวิตก็เห็นจะไม่ใช่ หรือบางคนชอบการพูดคุยเจรจา แต่ทั้งวันกลับหมกมุ่นอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์ข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียว ก็ดูท่าจะไม่ไหว เพราะฉะนั้นจะทำงานอะไร ต้องเลือกที่ใช่กับตนเองเสียก่อน

รู้จักเลือกงานบ้าง ไม่ใช่ให้ทำแบบหล่อสวยเลือกได้นะครับ แต่ให้เลือกประเภทงานกับองค์กรที่คิดว่าใช่และเหมาะสมกับเราจริงๆ หลายครั้งเงินเดือนสูงๆ ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับคำว่า “ใช่” เสมอไป เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เราจะเหวี่ยง Resume ในการสมัครงาน เราควรเลือกกลุ่มบริษัทที่เราอยากจะไปทำงานด้วยเสียก่อน ว่างานเหมาะสมไหม เดินทางสะดวกรึเปล่า มีวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร ทำงานหกวันไหม (บางคนซีเรียสกับวันหยุด) ต้องไปต่างจังหวัดด้วยรึเปล่า?……..ทั้งหมดเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำหากจรดปากกาเซ็นสัญญาเข้าทำงานแล้ว ดังนั้นเลือกในสิ่งที่ตนเองใช่จะดีที่สุด

ทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่ พอเราเลือกได้งานที่เรารักแล้ว ความเพียรพยายาม ความตั้งใจก็ย่อมตามมา ในการทำงานต่างๆ เหล่านั้นให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ แต่ทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ขอเพียงเราเต็มที่กับงาน ไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ไม่เปรียบเทียบใครดี ใครเด่น แม้วันนี้เราทำดีแล้วยังไม่ได้ดี แต่เมื่อทำเต็มที่สักวันหนึ่งจะมีคนเห็น หากยังไม่เห็นก็เก็บสะสมประสบการณ์ที่ดีของคุณ เพื่อไปแสดงให้องค์กรอื่นได้เห็นต่อไป

สุดท้าย ไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง คนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ย่อมมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีดที่คมย่อมเป็นที่ต้องการของผู้ใช้ฉันใด คนที่มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอย่อมเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานฉันนั้น ในทางกลับกันถ้ามีดเป็นสนิม เจ้าของคงทำได้เพียงเก็บเอาไว้ดูเล่นๆ หรือเขวี้ยงทิ้งไป คนที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ยอมพัฒนาตนเอง คงไม่ต่างอะไรกับมีดที่เป็นสนิม ย่อมหมดโอกาสในการต่อรอง หมดโอกาสในการหาช่องทางใหม่ๆ เป็นของตายขององค์กร ที่จะบีบก็ตาย จะคายก็รอด อยู่ในสถานะกล้ำกลืนฝืนทน แต่ทำอะไรไม่ได้ ถ้าไม่อยากเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอกแบบนี้ อย่าหยุดที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอนะครับ

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : น.ศ. ฝึกเขียน 2264



You may also like...