ดนตรีกับเด็กน้อย

ดนตรีกับเด็กน้อย

ปัจจุบันการประกวดแข่งขันทางด้านดนตรีนั้นมากมายจนเรารู้สึกได้เลยว่า ตอนนี้ตลาดทางด้านดาราศิลปินนั้นเป็นที่ใฝ่ฝันของเด็กทั่วไป และโอกาสก็มากมายเหลือเกินที่หยิบยื่นให้คนที่มีความสามารถนั้นได้แสดงศักยภาพทางด้านดนตรี ไม่ว่าจะเป็น การแสดง การร้อง การเต้น หรือทางด้านทีวีต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลกับทุกคนไปแล้ว เด็กที่เรียนเกี่ยวกับทางด้านดนตรีก็อายุน้อยลงเรื่อย ๆ บางคนแค่เพิ่งหัดคลานพ่อแม่ให้นั่งตีกลองเพื่อเป็นการฝึกการฟังเสียง หรือให้ดีดเปียโน เพื่อฟังเสียงโน้ตกันแล้ว บางครอบครัวเปิดคาราโอเกะให้ร้องกันตั้งแต่ยังเรียกชื่อพ่อชื่อแม่ไม่ได้เลย เห็นแล้วรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดีนะเพราะเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นก็มีการฝึกประสาทของเด็กไม่น้อยเลย ทำให้เด็กสามรถพัฒนาไปได้อีกเยอะ มีอีกประเภทคือให้ฟังตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์แม่ด้วยซ้ำ เป็นสิ่งที่เด็ก ณ ปัจจุบันถูกปลูกฝังกันจนทำให้ทุกคนต้องมีดนตรีในหัวใจและทำให้เด็ก ๆ เหล่านั้นใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากด้วย แต่ก็ไม่ควรยัดเหยียดมากจนเกินไป เด็กบางคนไม่ชอบเสียงดนตรี ไม่ชอบเล่น ไม่ชอบร้อง แต่พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นดาราจึงบังคับให้เรียน บังคับให้ชอบ เพียงเพราะความต้องการของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เราสามารถปลูกฝังเขาได้แต่ต้องไม่บังคับเขาจนเกินไป เพราะว่ามีอีกตั้งหลายอาชีพที่มั่นคงและดีที่ให้เด็ก ๆ เหล่านี้ได้เลือกเป็นกันถ้าเราไม่ชอบก็อย่าให้เขาต้องทำเพราะอะไร ให้ทำเพราะรักจะดีที่สุด แต่ก็อย่างที่เราได้รู้กันมาว่าดนตรีนั้นทำให้คนคนนั้นอ่อนโยนและมีความเมตตา เพราะเสียงเพลงและดนตรีเป็นตัวกล่อมเกลาจิตให้เป็นคนจิตใจดีได้ ถ้าเราทำถูกวิธี นี่แค่เรื่องของการปลูกฝังเท่านั้น ไม่รวมกับที่เด็กนั้นจะชอบแสดงออกด้วย การที่เด็ก ๆมีการแสดงออกที่มากขึ้น มีความสามารถมากขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อยนั้น ทำให้หลายคนเอ็นดูและทึ่งไปกับสิ่งที่ได้เห็น เพราะผู้ใหญ่บางคนยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เด็กเหล่านี้ล้วนแต่มีดนตรีในหัวใจทั้งสิ้น การแสดงออกจากสิ่งที่ตัวเองชอบ สู่การแสดงออกให้คนอื่นได้ชื่นชม คงเป็นเทรนใหม่ที่เด็กหลายคนอยากได้ และยิ่งสามารถพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นไปอีก ยิ่งทำให้คนอื่นทึ่งในตัวเองมากเท่าไหร่ ความภูมิใจของตัวเองก็จะมากเท่านั้น แค่นี้ก็ไม่ต้องบอกกันแล้วว่าเด็กสมัยนี้เก่งขนาดไหน แค่ไม่กี่ขวบก็เต้น และ ร้องได้แล้ว ความจริงแล้วถามว่าโลกเราเปลี่ยนไปมากทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปด้วยหรือเปล่าคำตอบก็คือใช่ เพราะว่า เด็กสมัยก่อนยังนั่งดูดนมแม่อยู่เลย ยังนั่งเล่นดิน เล่นทรายกันอยู่ แต่สมัยนี้กลับจับไมค์ร้องเพลง ไปเรียนเต้นกันตั้งแต่ยังไม่อย่านม สุดยอดไปเลยกับการพัฒนาโลกมาได้ขนาดนี้ อนาคตอาจจะมีทารกมาเต้นท่าบีบอยประกวดก็ได้ใครจะไปรู้ เพราะโลกเราเดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนและข่าวสารเร็วมาก เด็กรับรู้ข่าวสารจากทีวีเร็วจากการดูทีวีกันแต่เด็ก ทำให้การรับรู้จะเป็นจากทางทีวีมากกว่าการฝึกจากสิ่งรอบตัว เพราเด็กบางคนอยากเต้นบีบอยขึ้นมาได้อย่างไรถ้าไม่ดูทีวี เพราะสภาพแวดล้อมนั้นเป็นป่าเขา มีแต่ท้องนาทั้งนั้น พออยากเต้นบีบอยก็ต้องหาทางเข้ามาในกรุงเทพเพื่อหาโอกาสให้ตัวเอง นี่ก็เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น และอีกมากมาย แต่อยากให้ทุกคนดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุขบ้างไม่ใช่มีแต่ความฝันอย่างเดียว เพราะบางคนก็ไปถึงฝันไม่ได้ก็พยายามอยู่แต่ตัวเองไม่ใช่เราก็ต้องหัดยอมรับให้ได้ด้วยและหันกลับมายอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต