เขาหยุดแล้ว…แล้วคุณหยุดหรือยัง

เขาหยุดแล้ว…แล้วคุณหยุดหรือยัง

บาดแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุร้ายแรง เมื่อเวลาผ่านไปก็จะค่อยๆจางหาย เหลือเพียงแผลเป็นเตือนให้ระลึกถึงว่าเคยเกิดอะไรขึ้นตรงจุดนี้ สาเหตุมาจากอะไร จะได้ระวังป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก เรื่องบางเรื่องที่เป็นอุบัติเหตุทางใจก็เฉกเช่นเดียวกัน บาดแผลฉกรรจ์ในใจ เมื่อเวลาผ่านไปก็ควรจะค่อยๆจางหาย เหลือเพียงความทรงจำบางอย่างไว้ย้ำเตือนหัวใจไม่ให้เอาใจและความรู้สึกไปยุ่งเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ใจมีแผล…แต่หลายคนไม่ใช่แบบนั้น

แผลในใจ เวลาผ่านไปนานแค่ไหน สำหรับใครหลายๆคนอาจจะทำให้เป็นแผลสดใหม่ได้เสมอ นั่นก็เพราะยังดึงดันเหตุการณ์เดิมๆสิ่งเดิมๆ ยังเอาตัวและหัวใจไปพัวพันกับสาเหตุแห่งรอยแผลนั้น ในขณะที่บางครั้งสาเหตุแห่งรอยแผล อยู่นิ่งไปแล้วสงบนิ่งไปนานแล้ว ไม่เคยกระทำการใดๆให้คนเดิมๆที่เคยได้รับรอยแผลไปแล้วได้รับรอยแผลเพิ่ม มีแต่เจ้าของรอยแผลนั่นแหละ ยังพยายามที่จะวกกลับเข้ามา เอาตัวเข้ามาพัวพัน ตั้งเงื่อนไขร้อยแปดพันเก้า สุดท้ายพอเงื่อนไขไม่ได้รับการตอบสนอง หรือไม่เป็นไปดังขาด แผลที่เคยเกือบตกสะเก็ตก็เกิดเป็นแผลสดขึ้นมาอีกครั้งด้วยการกระทำของตัวเอง เป็นวังวนที่เกิดขึ้นซ้ำๆเดิมๆ ราวกับว่าอยากจะเสพติดความเจ็บปวดจากรอยแผลไปทั้งชีวิต เจ็บปวด ทุรนทุราย ไม่มีทีท่าว่าจะหาย แต่เมื่อเริ่มจะหาย ก็กลับพาตัวเองเข้ามาใหม่ ไม่ต่างจากวัฏสงสารที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีทางจบสิ้น

บางทีการที่เราพร่ำบอกตัวเองหรือป่าวประกาศให้ใครต่อใครได้ฟังว่า ฉันเจ็บเหลือเกิน ทั้งเจ็บปวด เจ็บใจ แค้นแสนรัก สารพัดความรู้สึกที่จะบรรยายออกมาได้ ถ้าจะต้องตอบคำถามคำนี้ จะตอบกันว่าอย่างไร

“เขาหยุดแล้ว แล้วคุณหยุดหรือยัง คุณไม่ใช่เหรอที่นำพาตัวเองไปหาสิ่งเหล่านี้ คุณตอบตัวเองสิ ว่าเพราะคุณใช่หรือไม่ แล้วถ้าเขาหยุดนิ่งแล้ว เมื่อไหร่ที่คุณจะหยุดบ้าง”

มาถึงตอนนี้ ตอบตัวเองได้หรือยังคะ “เขาหยุดแล้ว แล้วคุณล่ะ หยุดหรือยัง?”

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต