วิธีสังเกตก่อนเกิดพายุฤดูร้อน

เมื่อกล่าวถึงพายุ หลายคนคงนึกถึงหน้าฝน ฤดูมรสุม สภาพอากาศชื้นแฉะ มืดมัว อากาศเย็น อาจใช่? แต่คงเคยได้ยิน “พายุฤดูร้อน” กันมาบ้างใช่ไหมครับ…หลายครัวเรือนที่เคยสัมผัสกับพายุฤดูร้อนอาจต้องขนลุกไปตามๆ กันกับอานุภาพของลมที่อาจรุนแรงจนสามารถหอบบ้านเป็นหลังๆ ไปทิ้งลงในคลองข้ามหมู่บ้านกันได้เลยทีเดียว

พายุฤดูร้อน เป็นพายุที่เกิดขึ้นตามชื่อของมัน นั่นก็คือมักจะเกิดในช่วงฤดูร้อน จนอาจถึงช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน ตามปกติแล้วพายุฤดูร้อนนั้นจะเกิดในช่วงที่มีอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายวัน เมื่อมีความกดอากาศสูงพัดมาปะทะกับมวลอากาศร้อน หรือความกดอากาศต่ำ สิ่งนี้เองที่ส่งผลให้อากาศในบริเวณดังกล่าวเกิดการแปรปรวน และเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องมาจากพายุฤดูร้อนจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศแปรปรวนอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสาเหตุให้พายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมาก รวมทั้งมีลมพายุพัด มีฝนตกหนัก ฟ้าคะนอง และในบางครั้งก็มีลูกเห็บตกลงมาด้วย

การป้องกันตนเองให้รอดพ้นอันตรายจากพายุฤดูร้อนนั้น สามารถสังเกตง่ายๆ คือ ก่อนจะมีพายุฤดูร้อน อากาศจะร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อยๆ ลมพัดสงบ ใบไม้ไม่ค่อยกระดิก แต่หากแหงนมองบนท้องฟ้าจะพบว่ามีเมฆทวีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นลมจะเริ่มพัดแรงไปทางทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หรือพัดแรงบ้างเป็นครั้งคราว และจะเริ่มมีฟ้าร้องฟ้าแลบมองเห็นอย่างไกลๆ จุดนี้ต้องรีบเตรียมตัว ปิดบ้านและอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยเพราะจะมีทั้งลม ทั้งฝน ทั้งฟ้าร้อง ฟ้าแลบ หรือลูกเห็บกระหน่ำอย่างหนัก แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งความรุนแรงดังกล่าวมักจะกินเวลาไม่นาน ราว 1 – 2 ชั่วโมง และกินพื้นไม่กว้างนักประมาณ  10 – 20 ตารางกิโลเมตร

เมื่อพายุพัดผ่านไปแล้ว อากาศจะเริ่มเย็นลง มีฝนตกบางๆ ท้องฟ้าจะกลับมาสดใสจนแทบดูไม่ออกเลยว่าเมื่อสักครู่เคยมีพายุใหญ่เกิดขึ้น…. ภัยธรรมชาติยังคงเป็นเรื่องใกล้ตัว ตราบใดก็ตามที่เรายังคงต้องอาศัยอยู่ในโลกกลมๆ ใบนี้ เพราะฉะนั้นปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับ

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : น.ศ. ฝึกเขียน 3385