วิธีไล่ความขี้เกียจออกไปจากชีวิต

วิธีไล่ความขี้เกียจออกไปจากชีวิต

ถ้าหากมนุษย์สนิทกับความหิว ความขี้เกียจคงเป็นเพื่อนซี้ที่เกเรอีกคนหนึ่งที่สลัดได้ยาก จะว่าไปเรารู้จักกับความขี้เกียจก่อนลุกมาปิดนาฬิกาปลุกเสียอีก อาการขี้เกียจมาแวะเวียนเราทุกวัน ทุกเวลา ทุกสถานที่ หลายต่อหลายครั้งที่เพื่อนเกเรอย่างเจ้าขี้เกียจ ทำให้โอกาสดีๆ ของเรา หลุดลอยเพราะมัวแต่เคลิบเคลิ้มคงใหลไปกับความเกียจคร้าน

ความขี้เกียจก็มีสาเหตุปัจจัย ปัจจัยแรกมาจากร่างกาย สำรวจตัวเองดูว่า ช่วงนี้ทำงานหนักไปไหม? อ่านหนังสือดึกไปรึเปล่า? หรือมีอาการป่วยไข้ ไม่สบาย? อันนี้ยังพออนุโลม เพราะสภาพร่างกายไม่พร้อม จึงต้องรีบพักผ่อนหรือพบแพทย์โดยเร็ว แต่หากร่างกายปกติดี แต่ไม่รู้ทำไม ยังไม่หายขี้เกียจเสียที คงต้องมี ปัจจัยทางด้านจิตใจ คือเบื่อหน่ายกับงานที่ทำหรือภาระที่ได้รับมอบหมาย ขาดแรงจูงใจ ติดความสบาย อยากผ่อนคลายตลอดเวลา (เข้าทำนองหนักไม่เอา เบาไม่สู้ อยากอยู่เฉยๆ นั่นเอง) เห็นอย่างนี้ ต่อให้หมอเก่งแค่ไหนก็รักษาอากาขี้เกียจไม่หาย ปล่อยไว้นานๆ ตัวขี้เกียจจะเกาะกินร่างกาย ให้เสื่อมถอย เกิดโรคอ้วนเพราะขี้เกียจออกกำลังกาย ตัวเหม็นเพราะขี้เกียจอาบน้ำ อ่านหนังสือไม่ออกเพราะขี้เกียจเรียนหนังสือ ยากจนเพราะขี้เกียจทำงาน บ้านสกปรกเพราะขี้เกียจทำความสะอาด เห็นไหมละครับว่า ถ้ามีเจ้าตัวขี้เกียจไปจับคู่กับอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้นย่อมพบกับความวิบัติ ไม่ต่างกับสนิมที่กัดกร่อนเหล็ก ดังนั้นก่อนจะสายเกินแก้ เรามาแก้อาการขี้เกียจกันเถอะ!!!

เริ่มจากการเตรียมร่างกายให้พร้อม ด้วยการนอนหลับอย่างเพียงพอ กินอาหารอย่างพอดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะผักและผลไม้ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น แข็งแรง มีพลังงาน ตื่นตัว และใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ ถัดมาคือการมองให้เห็นถึงผลเสียของความขี้เกียจ พยายามหลบหนีด้วยการทำตนให้มีประโยชน์ เช่น นอนแต่หัวค่ำ แล้วจะพบว่าการตื่นนอนแต่เช้านั้นไม่ยากเลย หรือ อ่านหนังสือเพิ่มขึ้นหน่อย แล้วจะพบว่าข้อสอบวิชานี้ ง่ายจริงๆ เลย เป็นต้น ผลที่ตามมาคือความสำเร็จ ความภาคภูมิใจ ซึ่งคงเกิดขึ้นไม่ได้ หากยังไม่สลัดความขี้เกียจให้ออกไปจากตัวเสียก่อน ลองทำดูซิครับ แล้วคุณจะพบว่า การเลิกคบกับเจ้าตัวขี้เกียจนี้ มันดีจริงๆ

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต