ความสัมพันธ์ของ มิติเวลา กับ แสง

ตั้งแต่เด็กผมเคยได้ยินได้ฟังคำบอกเล่าเรื่องราวเหนือธรรมชาติ เช่น นรก-สวรรค์ มากมาย หนึ่งในข้อมูลที่ได้รับฟังคือเวลา เวลาในโลกมนุษย์และเวลาในโลกสวรรค์แตกต่างกัน เช่น เวลา 1 วันในเมืองสวรรค์อาจจะเท่ากับ 100 ปีในเมืองมนุษย์ ขณะที่ฟังผมก็ไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร

แต่ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มีการยอมรับมากขึ้นว่า เวลา เป็นสิ่งที่สามารถ ยึด-หด ได้ กล่าวคือเวลาในแต่ละจุด อาจจะมีค่าไม่เท่าไร ขึ้นอยู่กับปัจจัยของความเร็วแสง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่สนใจศึกษาเรื่องนี้ก็คือท่านไอนสไตน์   เคยมีคนกล่าวไว้เล่นๆ ว่าหลังจากที่ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลง ไอนสไตน์ได้พยายามจะหาวิธีย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อพบกับภรรยาเขาอีกครั้ง

ในโลกของเรานี้แต่เดิมเราเชื่อว่ามันคือโลก 3 มิติ คือสิ่งที่เราเห็นเป็นรูปทรงมี กว้าง-ยาว-สูง แต่จริงๆ แล้วหากขาดมิติเวลา รูปทรงต่างๆ ก็จะต้องหยุดนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหว หากจะว่ากันตามทฤษฏี ภาพที่เราเห็นถือกำเนิดมาจากแสง กล่างคือ แสงเดินทางไปกระทบวัตถุแล้วสะท้อนกลับมาที่ตาของเรา ซึ่งอัตราเร็วของแสงที่เราวัดกันได้คือ 3.14 คูณ 10 ยกกำลัง 8  ซึ่งมีเรื่องน่าแปลกก็คือ มีการทดลองวัดอัตราเร็วแสงในสภาวะต่างๆ ผล คือ อัตราเร็วแสงจะคงที่ตลอด

หากว่ากันตามสมการแบบง่ายๆ คือ  “อัตราเร็ว = ระยะทาง  / เวลา” แต่ในความเป็นจริง จะมีบางสิ่งที่เป็นผลกระทบให้มีความคาดเคลื่อนได้ เช่น หากวัตถุเดินทางในสภาวะที่มีความโน้มถ่วงสูง จะต้องเดินทางได้ช้าลง แต่จากการทดลองในโลก 3 มิติของเรานี้ แสงมีอัตราเร็วคงที่ในทุกสภาวะ ซึ่งถ้าหากระยะทางก็คงที่ด้วยแล้ว ตัวแปรในสมการที่เหลือที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดก็คือ เวลา

หากเราจะมองกันในแง่มุมทางวิทยาศาสตร์ จึงมีความเป็นไปได้ว่า เวลา ในแต่ละสถานที่จะเดินไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสถานที่นั้น ว่าจะมีผลกระทบกับอัตราเร็วแสงอย่างไร ซึ่งมันอาจมันเป็นกฏของจักรวาลว่า อัตราเร็วแสง ต้องคงที่ ไม่เช่นนั้น ภาพที่เราเห็นในโลก 3 มิติ อาจจะบิดง้อได้ :)

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : Sook Plengchan 2182



You may also like...