อย่าให้มือถือกลายเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิต

ในโลกที่การสื่อสารไร้พรมแดนแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “โทรศัพท์มือถือ” ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย (หรือคนอื่นๆทั่วโลก) กันไปแล้ว เพราะนับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาจากเสียงนาฬิกาปลุก (จากโทรศัพท์มือถือ) เราก็เริ่มต้นชีวิตตลอดทั้งวัน ไปพร้อมๆ กับมัน ไม่ว่าจะติดต่อสื่อสาร ส่งข้อความ ฟังเพลง อ่านข่าว เช็คอีเมล์ อ่านหนังสือ เปิดดูรายการบันทึก หรือแม้กระทั่งใช้เพื่อการหาคู่ครองของชีวิต

ท่ามกลางการใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวก จนกลายเป็นความเคยชิน และเสพติดมันไปในที่สุด โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันจึงมีความสำคัญ จนขนาดที่หลายๆ คนขนานนามให้มันว่าเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิตกันเลยทีเดียว  ไม่เพียงแค่นั้นเจ้าสิ่งนี้ ยังกลายเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะทางสังคม เป็นค่านิยมในเทคโนโลยีที่ตอบสนองเพียงเพื่อความสนุกสนาน และการสร้างสังคมออนไลน์ โลกในอุดมคติที่หลายๆ คน ติดงอมแงม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นวัฒนธรรมอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเยาวชนไทย ให้ยึดติดอยู่ในวัตถุ และความฟุ้งเฟ้อ ซึ่งมีผลสำรวจจากศูนย์การวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมของเทเลนอร์แห่งเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า “วัยรุ่นไทยอายุระหว่าง 15-29 ปี นิยมบริโภคเทคโนโลยีมือถือเร็วสุดในภูมิภาคเอเชียที่สำคัญเกือบ 50% นิยมเปลี่ยนมือถือใหม่”

ซึ่งในความเป็นจริง หากจะยกให้มือถือเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิต เห็นทีจะไม่ถูกนัก เพราะแม้ไม่มีอุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้ เราก็สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ หากแต่ความสะดวกสบายที่เคยชินอาจหายไปพร้อมๆกับโลกสังคมออนไลน์ที่จะติดงอมแงม ดังนั้นการเอนเอียงไปยังด้านใดด้านหนึ่งอย่างสุดโต่งเห็นทีว่าจะไม่ดีแน่ ลองลดเวลาที่อยู่กับโทรศัพท์มาสัมผัสกับมิตรภาพรอบๆ ข้างดู อาจจะพบว่าปัจจัยที่ห้าของชีวิตที่ขาดไม่ได้ก็คือความรักจากคนที่อยู่รอบๆ ตัวเรานี่เอง

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : น.ศ. ฝึกเขียน 1587



You may also like...