วันชราและเวลาของสองเรา

มีใครเคยนึกภาพของตัวเองตอนอายุสักสี่สิบหรือว่าห้าสิบปีบ้างหรือไม่ว่าเป็นอย่างไร ตอนนั้นใครที่จะยืนเคียงข้างเรา แล้วเรากำลังทำอะไรอยู่ บางคนอาจจะนึกออก เห็นภาพชัดเจน เพราะวันเวลาเหล่านั้นใกล้เข้ามาแล้ว แต่บางคนภาพเหล่านั้นอาจจะเลือนลางหรือเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุของเรา

คนเราทุกคนมีความฝัน และมีจินตนาการที่กว้างไกล การนึกถึงตัวเองและคนรักนั้นช่วงวัยรุ่นอาจจะคิดฝันถึงอนาคตที่แสนหวาน มีความสุข และความมีชีวิตชีวา แต่พอผ่านวันเวลาถึงถึงวัยผู้ใหญ่ หรือวัยทำงาน มุมมองต่างๆ เหล่านั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไปอาจเพราะว่าเราผ่านวันเวลาและประสบการณ์ต่างๆ มามากมายจึงพอรู้ว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเพียงอย่างเดียว

การที่คนสองคนมาพบเจอกัน รักกัน ความรักตอนแรกอาจจะเป็นรักที่หวานซึ้ง ตื่นเต้น โรแมนติก เหมือนนวนิยายรักที่คนสองคนร่วมกันแต่งขึ้น แต่เมื่อผ่านวันวลาทั้งสุขและทุกข์ ทั้งสมหวังและผิดหวังมาด้วยกัน ความรักก็จะเป็นเหมือนเถาวัลย์ที่ผูกพันกันนั้นแน่นมากขึ้น และเมื่อคนสองคนตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกันหรือพร้อมที่จะดูแลซึ่งกันและกันไปชั่วชีวิตแล้ว นั่นหมายความว่าเราไม่เลือกคนรักที่จะยืนข้างเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการเลือกเพื่อนที่ดีที่สุด และรู้ใจที่สุดมาอยู่ร่วมกันกับเรา

เมื่อคนสองคนแต่งงาน อยู่ร่วมกัน นานไป ความรักที่มีนั้นอาจจะไม่ได้หายไปไหนที่มันถูกแปรเปลี่ยนจากคนรักเป็นเพื่อนสนิทหรือเพื่อนคู่ชีวิตที่จะจูงมือเดินเคียงข้างกันไปถึงวัยชราและดูแลกันละกันเมื่อยามเจ็บป่วย

หากคุณจะตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคนในชั่วชีวิตหนึ่ง คุณควรจะมองคนคนนั้นมากกว่าหน้าตาหรือรูปลักษณ์ภายนอกหรือทรัพย์สินเงินทองที่จะจางหายไปตามกาลเวลา ความสมบูรณ์แบบทั้งหมดที่เคยวาดฝันอาจจะหายไปเมื่อมาอยู่ร่วมกันไปนานๆ แต่หากคุณมองเค้าคนนั้นที่จิตใจ ความคิด และความดีที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร เค้าคนคนนั้นจะอยู่เคียงข้างทั้งในยามสุข ยามทุกข์ ยามแข็งแรง หรือยามชรา พร้อมที่จะเป็นคนรักเมื่อวัยหนุ่มสาว และกลายเป็นเพื่อนเป็นสนิทที่เคียงข้างชีวิตของคุณในวันชราด้วยกันต่อไป…

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : Bella Barbie 8501