เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตเปี่ยมสุข

ความคิดเป็นบ่อเกิดของการกระทำและคำพูด คิดดี ทำดี ย่อมได้ดีมีแต่ความสุข หากแต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ด้วยสภาพแวดล้อม และหลายๆ สถานการณ์ที่เข้ามากระทบกับจิตใจ ก็อาจทำให้ความคิดของเราขุ่นมัว ยากที่จะมีความสุขได้ เพราะฉะนั้นมาลองเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อเรียกชีวิตที่มีความสุขกันดูบ้างดีไหมครับ

การเปลี่ยนวิธีคิด คือการมองปัญหาที่เจออย่างเป็นกลาง ไม่ตื่นตระหนก ตกใจ ใช้สติและปัญญาในการแก้ไขปัญหา เช่น คนสองคนเกิดอาการปวดท้องเหมือนๆ กัน คนแรกเลือกที่จะมองในแง่ดี “ดีนะ ที่เรายังไม่ได้เป็นอะไรมาก สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ” แล้วก็เดินทางไปหาคุณหมอ ส่วนอีกคนตื่นเต้นตกใจ “เราจะเป็นอะไรมากไหม ไส้ติ่งจะแตกรึเปล่า? หรืออาหารเป็นพิษ โอยยยย…..ทรมานเหลือเกินนนน” แล้วก็รีบลนลานไปหาคุณหมอ

จะเห็นได้ว่าคนสองคนแม้จะมีอาการเดียวกัน แต่ด้วยมีสภาพจิตใจที่แตกต่างกัน คิด มองโลกในมุมที่ไม่เหมือนกัน คนแรกเต็มไปด้วยความหวัง มองโลกในแง่ดี ย่อมเจ็บแต่เพียงร่างกายแต่ใจเป็นสุข ส่วนอีกคนมองโลกในแง่ร้าย ตีโพยตีพาย สร้างปัญหาให้บานปลาย คิด จินตนาการถึงความเจ็บปวดไปต่างๆ นานา แม้อาการปวดท้องจะไม่มาก แต่คนที่สองก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะการทรมานจากความคิดที่ตนเองสร้างขึ้น

ลองฝึกการปรับเปลี่ยนความคิดกันดูครับ พูดง่ายๆ ก็คือการรู้จักมองโลกในแง่ดี การไม่เอาความรู้สึกไปต่อยอด จินตนาการกับความเจ็บปวด ทั้งร่างกาย และจิตใจ ฝึกการปล่อยวาง เมื่อใจคุ้นชิน ฝึกจิตจนคล่อง ก็คงไม่มีสถานการณ์เลวร้ายใด ที่สามารถทำร้ายจิตใจของคุณได้แล้วละครับ

หมายเหตุ : ขอขอบคุณภาพถ่ายต่างๆ จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

Credit : น.ศ. ฝึกเขียน 1382